Arts and Exhibition

MADifesto 2010 push

“PUSH” แปลความเชิงกริยา หมายถึง การส่งสัญญาณหรือแรง อย่างจงใจทำให้เกิดปฏิกริยาการเคลื่อนไหวหรือผลลัพธ์บางอย่างทั้งทางรูปธรรม และนามธรรม แม้ความหมายแบบคำนามจะหมายถึง “ปุ่ม” หรือ “การกด” แต่โดยการปรากฏของคำว่า “PUSH” ทุกครั้งมักหมายถึงการปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆที่แตกต่างกันอยู่เสมอ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่อาจคาดเดาความหมายอย่างแน่นอนได้เสมอไปผ่านการตีความ ภายใต้เงื่อนไขอย่างมีพลวัตร ในหลากบริบท “PUSH” จึงไม่มีความหมายในตัวเองอย่างตายตัวโดยสมบูรณ์และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอาจจะมิได้แสดงออกเชิงรูปธรรมเพียงเท่านั้นยังก่อให้เกิดความเป็นไปได้ในระดับ นามธรรม ทำให้เกิดอาการ “สั่นไหว”ของความหมายที่หยุดนิ่งก่อนหน้าอีกด้วยไม่มากก็น้อย ณ ที่ซึ่งความเป็นมนุษย์ถูกจำกัดหรือไม่สามารถแสดงศักยภาพที่จะเป็นมนุษย์ อย่างเต็มที่ได้ กระบวนการ “PUSH” ความหลากหลายและการปะทะตะลุมบอนทางความคิด ความรู้ เชิงวิพากย์วิจารณ์เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ในฐานะกิจกรรมที่จะช่วยยกระดับความเป็นมนุษย์ที่สร้างสรรค์ให้เป็นไปได้กว่า เดิมที่เป็นอยู่ผ่านการสะท้อน แลกเปลี่ยน ตีความ ตั้งคำถาม ต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวที่ทั้งมองเห็นและมองไม่เห็น พูดได้และพูดไม่ได้ ปฏิบัติการณ์กระซับพื้นที่อภินิหาร ปฏิรูปพระเดชพระคุณทางศิลปะ ความรู้ สื่อสารสนเทศและการออกแบบจึงกลับมาอีกครั้ง (ไม่เข็ด) ผ่านชั้นเชิงเทคนิค เก่า-ใหม่ เนื้อหาทั้งก่อน-กลาง-หลังสมัยใหม่ รื้อสร้าง รื้อทิ้ง ตั้งแต่ฉลาด คมคาย กำกวม กล้ำกลืน งงงวย จอมปลอม สิ้นคิด แร้นแค้น ป่วยไข้กระทั่งห่วยแตกไม่มีชิ้นดีและอาจไม่ก่อเกิดประโยชน์คุณค่าใดๆ ทางศิลปะหรือสังคม “ที่เน้นความปกติ” ในระดับสามัญสำนึกเป็นที่ตั้งมากนัก แต่กระนั้นนักสร้างสรรค์ทั้งหลายมิได้ทำหน้าที่เพียงสร้างความหฤหรรษ์ บันเทิงหรือสำเร็จความใคร่ทางความคิดชั่วครู่ชั่วยามเพียงเท่านั้น แต่ได้มีความพยายาม “PUSH” คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์และบางครั้งต้องยอมเสี่ยง (หรือยอมอาย) เพื่อรักษาอุดมคติดังกล่าวไว้ (ให้เหลือไว้บ้าง..หากมันยังมีอยู่)
โปรดติดตามด้วยใจระทึกโดยพลัน…

เทศกาลพิลึกลั่น แถลงการณ์สะท้านโลก อุบัติขึ้นอีกครั้ง ด้วยศิลปการณ์พิเศษ ในประเทศที่เทคโนโลยีถูกใช้อย่างไร้สาระและปัญหาสังคมในหลากมิติถูกบิดเบือน หลอกลวง ซ่อนเร้นอย่างไร้สาระพอๆ กัน ความไร้สาระเหล่านี้จะถูกนำเสนอโดยศิลปินและนักออกแบบเพื่อสร้างเป็นปฐมบทสำหรับนัก ปฏิวัติวัฒนธรรมสื่อศิลปะ ความคิดขบถ ความคิดแนว ความคิดวิ้ง วิ้ง ทั้งซีเรียส และหน่อมแน้ม ทั้งมีประโยชน์ และไร้ประโยชน์ ทั้งมีตัวตนและไร้ตัวตน ทั้งน่าสนใจและทั้งน่ารังเกียจ… จะถูกสำแดงร่วมกันด้วยความรักและคิดถึงในหลากรูปแบบ ผ่านศิลปะ งานออกแบบ และสื่อสารสนเทศนิทรรศการป่วยคลั่งจะแพร่ระบาด อีกครั้ง กลางใจนครเชียงใหม่ 

หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ระหว่างวันที่ 5-6 ตุลาคม พ.ศ. 2553 | ตั้งแต่ 09:00 น. ถึงเที่ยงคืน

A grotesque festival and an eccentric manifesto again will be introduced through a unique art scene in the country where technologies are used senselessly; and social truths are canningly twisted, deceived, and concealed. The non-sensencial will be revealed by artists and designers to create the prologue for revolutionary media art based culturalists. The radical and H.I.P versus the murky-shiny-fooly-brillian ideas; the serious versus the absurd ideas; the beneficial versus the unfavorable ideas; the visible versus the invisible ideas; and the stunning versus the disgusting ideas will be all demonstrated with love, care and pondering about through arts, design, and information media.

The opening of MAD epidemic festival again will take place at locations in the inner heart of Chiang Mai City

CHIANGMAI UNIVERSITY ART CENTER
05-06 October 2010 | 09:00am till midnight

For more information: +66 53 944846

info@mediaartsdesign.org www.mediaartsdesign.org

The empire of the senses

VideoART  Installation


โลกได้กลายเป็นโลกของสื่อสารอย่างเต็มตัว ทุกอย่างถูกนําเสนออย่างน่าตื่นเต้น ปลุกเร้า กระตุ้น  โรคติดต่อที่เรียกว่า social network กําลังลุกลามกลืนกินจํานวนประชากรโลก ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งไหนคือข่าวอีกต่อไปในเมื่อทุกคนคือนักข่าว แต่อิสรภาพ เสรีภาพ  ได้ถูกปิดกั้นการแสดงออกของตัวมันเอง   ในความเป็นมนุษย์ ขี้เหม็น  เห็นแก่ตัว และมีมุมมืด ได้พยายามสร้างสรรค์ สื่อ แต่ก็พยายามใช้เทคโนโลยีควบคุมความหมาย แทนที่จะใช้สร้างสรรค์อารยธรรมของมนุษย์ให้งดงามแต่ตรงกันข้าม มันถูกทําให้สะดวก รวดเร็ว เข้าไปรุกในพื้นที่ส่วนตัว ทะลุทะลวงเวลาส่วนตัว  โลกทั้งใบถูกย่อส่วนและถูกทําให้ง่ายแก่การมองเห็น  ลดทอนความจริง สร้างความหมายใหม่ ใช้เทคนิค  ทําให้อลังการณ์เกินจริง และถูกใช้เป็นเครื่องมือทางอํานาจ  ทําให้เราเป็นมนุษย์ที่ไร้ศักศรี เป็นมนุษย์ที่ไม่Active ได้แต่เฝ้ามอง สิ่งที่เกิดขึ้น   ตั้งอยู่ดับไป เฝ้ามองความใหม่ที่ผ่านมาแลัวก็ผ่านไป ขาดศักศรีความเป็นมนุษย์ที่ สง่างาม

 

 

THE POST-HUMAN

Interactive ART


เทคโนโลยีที่เดินทางไปข้างหน้าไปเรื่อยๆ ทำให้ร่างกายของมนุษย์ต้องปรับตัวกับเทคโนโลยี จึงทำให้ไม่มีฟิกส์และปรับตัวตลอดเวลาตามสังคมไปเรื่อยๆ และไม่ได้มีผลแค่กับตัวมันมีผลกับสมองเราด้วย

ในโลกโลกที่ข้อมูลอยู่รอบตัวและเราล่องลอยอย่างไร้ทิศทาง และเราเป็นเพียงผู้รับหรือเสพย์สื่อ เมื่อมนุษย์ซึมซับหรือรับข้อมูลเข้าไปมากๆสมองมนุษย์จะกลายเป็นถังขยะข้อมูล มากๆเข้าเราก็จะมองข้ามสิ่งที่มีชีวิต จริงๆไป และในที่สุดเราเองจะกลายเป็น New creature (intelligent machine)  เป็นมนุษย์ สายพันธ์ใหม่

การมีปฏิสัมพันธ์ในสังคมเสมือนจริงจะกลายเป็นปัญหาหลักที่มากำหนดความสัมพันธ์และบทบาท บริบททางสังคม ส่งผลให้มีผลต่อพฤติกรรม เช่น การเสพติด การ feed ข้อมูล การเห็นแก่ตัว



 

PICTURE GELLRY

MADifesto 2010 push EXHIBITION

@ CHIANGMAI UNIVERSITY ART CENTER
05-06 October 2010

09:00am till midnight

more>>



[e.e.r] Embrace Environment Responsibility


[e e r] อุบัติขึ้น เพราะ เราเริ่มคิดว่าสภาวะ โลกร้อน ที่กำลังวิกฤติ โลกสีเขียว ที่ทุกคนการและพยายามจะเข้าใจมันนั้น คือสีเขียว เดียวกันหรือไม่ กระแส ECO ที่กำลังเห่อ ในบ้านเรานั้น เกิดขึ้นเพื่อใคร ? มันเป็น ECO เพื่อตอบรับกับกระแสทุนนิยมหรือไม่ แล้วจริงๆแล้วเราเข้าใจ  ECO จริงๆ หรือป่าว

project eer หรือ Embrace Environment Responsibility นั้นเกิดจากแค่จุดเล็กๆที่ตั้งคำถามกับมันว่า…”ECO แล้วทำไมต้องใช้ ถุงผ้า?”



e.e.r  คือองค์กร ที่ไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อ ย้อนแย้ง กับกระแสทุนนิยม และกากของวัตถุนิยม ที่มีจำนวนล้นมหาศาลในโลกถูกเรานำมา recycle

ภายใน Project eer  ประกอบด้วย

Green office เป็นออฟฟิคที่มีความ balance ระหว่าง สิ่งที่มีสารพิษ สารเคมีในออฟฟิค และสิ่งที่ดูดซับ สารพิษ เหล่านั้น เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงสิ่งที่เป็นภัยที่อยู่ใกล้ตัวมากๆ

Product Innovation เป็นการนำ ขยะ มา รีไซเคิล ผสมผสานกับนวัติกรรม เทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น โคมไฟจากหลอด LED ที่มีเซ็นเซอร์ชิพ ตรวจจับ แสงสว่าง เมื่อแสงน้อยโคมไฟจะทำงาน หรือ หม้อหุงข้าวที่ใช้พลังไฟฟ้าจากไอน้ำที่เกิดขึ้นจากการหุงข้าว

Information Design เป็นการออกแบบเชิงข้อมูล เพื่อให้รู้ว่าจุดที่มีขยะ มากที่สุด และ พื้นที่สีเขียว ใน เชียงใหม่ มีที่ไหนบ้าง เพื่อ สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะ การบริโภคนิยม ใน เชียงใหม่

 

PICTURE GELLRY

[e e r] Embrace Environment Responsibility EXHIBITION

@2br
Siri Mangkalajarn Rd lane 11
Chiang Mai, Thailand

more>>


INFORMATION.
http://www.eerproject.com/
http://www.twitter.com/eer_eco
http://www.facebook.com/pages/EER/357403719198


MADifesto

เทศกาลพิลึกลั่น แถลงการณ์สะท้านโลก อุบัติขึ้นแล้วด้วยศิลปการณ์พิเศษ ในประเทศที่เทคโนโลยีถูกใช้อย่างไร้สาระและปัญหาสังคมในหลากมิติถูกบิดเบือน หลอกลวง ซ่อนเร้นอย่างไร้สาระพอๆ กัน ความไร้สาระเหล่านี้จะถูกนำเสนอโดยศิลปินและนักออกแบบเพื่อสร้างเป็นปฐมบท สำหรับนักปฏิวัติวัฒนธรรมสื่อศิลปะ ความคิดขบถ ความคิดแนว ความคิดวิ้ง วิ้ง ทั้งซีเรียส และหน่อมแน้ม ทั้งมีประโยชน์ และไร้ประโยชน์ ทั้งมีตัวตนและไร้ตัวตน ทั้งน่าสนใจและทั้งน่ารังเกียจ จะถูกสำแดงร่วมกันด้วยความรักและคิดถึงในหลากรูปแบบ ผ่านศิลปะ งานออกแบบ และสื่อสารสนเทศ

นิทรรศการป่วยคลั่งจะแพร่ระบาดพร้อมกัน ในสองสถานที่กลางใจนครเชียงใหม่

มินิมอลแกลเลอรี  ซอยนิมมานเหมินทร์ 13 ระหว่างวันที่ 1-5 ตุลาคม พ.ศ. 2552 | เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 11:00 น. ถึงเที่ยงคืน

มิวท์ มิวท์ สตูดิโอ ถ.ท่าแพ (ตรงข้ามวัดอุปคุต) ระหว่างวันที่ 1-10 ตุลาคม พ.ศ. 2552 | เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 13:00น. ถึง 21:00น.

A grotesque festival and an eccentric manifesto will be introduced through a unique art scene in the country where technologies are used senselessly; and social truths are canningly twisted, deceived, and concealed. The non-sensencial will be revealed by artists and designers to create the prologue for revolutionary media art based culturalists. The radical and H.I.P versus the murky-shiny-fooly-brillian ideas; the serious versus the absurd ideas; the beneficial versus the unfavorable ideas; the visible versus the invisible ideas; and the stunning versus the disgusting ideas will be all demonstrated with love, care and pondering about through arts, design, and information media.

The opening of MAD epidemic festival will take place at two locations in the inner heart of Chiang Mai City

Minimal Gallery, Nimmanhemin soi 13 01-05 October 2009 | everday 11:00am till midnight

Mute Mute Studio, Tapae Rd. (opposite to Wat Uphakut) 01-10 October 2009 | every day 01:00pm – 09:00pm

For more information: +66 53 944846 www.madfestival.org

@minimal Gallery

Sense of god

digital graphic exhibition

เราถูกปลูกฝังให้เชื่อกันมานานว่า พระเจ้ามีอยู่ทุกแห่งหน อยู่เคียงข้างกายเราเสมอ พระเจ้าเป็นทุกอย่างที่เราอยากให้เป็น และทุกคนล้วนแต่มีพระเจ้า และเราถูกกำหนดให้เรา”ต้อง”รักพระเจ้า อย่างปราศจากข้อแม้ นั่นทำให้เราสงสัยกันว่า การที่เราจะรักใคร หรืออะไร สักอย่าง เราต้องรู้จัก สิ่งนั้นๆ ให้ดีเสียก่อน นั่นเลยเกิดคำถามใน หมู่พวกเราว่า…ตกลงแล้ว  “พระเจ้า” หน้าตาเป็นยังไง และ พระเจ้าของแต่ละคน สรุปแล้วพระเจ้า คือโคร?

Sense of god เกิดจากการตั้งคำถามกับข้อสงสัยกันว่า พระเจ้าที่เรานับถือกันมานานนั้น เขามี ตัวตน หรือรูปร่างลักษณะเป็นอย่างไร ในความคิดของเรา และสิ่งที่เรา เรียกกันว่าพระเจ้า ได้ถูก ใช้เป็นเครื่องมือของอำนาจ หรือ ไม่ อย่างไร เพื่อที่เราจะได้ตระหนักรู้ แลัวเข้าใจ “พระเจ้า” มากขึ้น

Name: EDAN

“พระเจ้าคือเครื่องมือต่อรองทางอำนาจ ในโลกของการบริโภคเชิงสัญญะ”

PICTURE GELLRY

madiFESTO EXHIBITION

@minimal Gallery

Nimmanhemin soi 13

01-05 October 2009

everday 11:00am till midnight

more>>


@Mute Mute Studio

Tapae Rd. (opposite to Wat Uphakut)

01-10 October 2009

every day 01:00pm – 09:00pm

more>>




Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s